Prostate Cancer Screening: Information & Guidance | Supanat Clinic Siracha
ตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก: อะไรที่ควรรู้ หมอศุภณัฐบอก
คลินิกปัสสาวะหมอศุภณัฐ (ผมเองครับ)
เรื่องมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นอะไรที่ผู้ชายหลายคนกังวล ผมเข้าใจดีครับ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่อยากให้เกิด แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว การตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาได้ผลดีที่สุด วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากแบบที่เข้าใจง่ายๆ ในสไตล์หมอศุภณัฐนะครับ
ทำไมต้องตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก?
มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น การตรวจคัดกรองก็เหมือนกับการ "ส่องไฟฉาย" หาอะไรผิดปกติก่อนที่มันจะลุกลามไปมาก ถ้าเจอตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การรักษาก็จะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า และอาจจะไม่ต้องเจอการรักษาที่รุนแรงมากนัก
แล้วจะตรวจอะไรดี?
ในการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก มีอยู่ 2 วิธีหลักๆ ครับ:
1. การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate-Specific Antigen): เป็นการตรวจเลือดที่วัดระดับโปรตีนชนิดหนึ่งที่สร้างจากต่อมลูกหมาก ค่า PSA ที่สูงขึ้นอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติในต่อมลูกหมาก เช่น มะเร็ง ต่อมลูกหมากโต หรือต่อมลูกหมากอักเสบ
2. การตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Examination หรือ DRE): เป็นการตรวจโดยแพทย์ใช้นิ้วสอดเข้าไปในทวารหนักเพื่อคลำต่อมลูกหมากว่ามีก้อนเนื้อหรือความผิดปกติหรือไม่
ความเห็นส่วนตัวของผม: PSA เหนือกว่า DRE
ในฐานะหมอที่ดูแลคนไข้มาหลายปี ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในการตรวจ PSA มากกว่าการตรวจ DRE ครับ เหตุผลก็คือ:
- PSA ตรวจหามะเร็งได้เร็วกว่า: การตรวจ DRE มักจะตรวจพบมะเร็งก็ต่อเมื่อมะเร็งมีขนาดใหญ่พอที่จะคลำเจอก้อนเนื้อแล้ว ซึ่งอาจจะช้าเกินไป ในขณะที่การตรวจ PSA สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- DRE สร้างความกระอักกระอ่วน: ผมเข้าใจดีว่าการตรวจ DRE เป็นอะไรที่คนไข้หลายคนรู้สึกอายและไม่สบายใจ ซึ่งอาจทำให้ไม่อยากมาตรวจคัดกรอง
อย่างไรก็ตาม การตรวจทั้งสองอย่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน และการตัดสินใจว่าจะตรวจอะไรนั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
ถ้า PSA สูง…ทำยังไงต่อ?
ถ้าผลตรวจ PSA ของคุณสูงกว่าค่าปกติ ไม่ต้องตกใจนะครับ ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นมะเร็งเสมอไป ค่า PSA ที่สูงขึ้นอาจมีสาเหตุมาจากอย่างอื่นได้ เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือต่อมลูกหมากอักเสบ
สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ พบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม ซึ่งอาจรวมถึง:
- การตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผล: บางครั้งค่า PSA อาจสูงขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง การตรวจซ้ำจะช่วยยืนยันผลให้แน่ใจ
- การตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ต่อมลูกหมาก: เป็นการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อดูภาพต่อมลูกหมากอย่างละเอียด หากพบความผิดปกติ MRI จะช่วยในการวางแผนการตรวจชิ้นเนื้อ
- การตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก (Prostate Biopsy): เป็นการนำชิ้นเนื้อเล็กๆ จากต่อมลูกหมากไปตรวจเพื่อหาเซลล์มะเร็ง การตัดชิ้นเนื้อจะทำเมื่อผลตรวจอื่นๆ บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง
ช่วงอายุที่เหมาะสมในการตรวจคัดกรอง (สำคัญมาก)
เรื่องนี้สำคัญมากครับ ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากเมื่ออายุยังน้อยเกินไป ตามแนวทางการรักษาในประเทศไทย (guideline) แนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองในผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 55-69 ปีครับ เหตุผลก็คือ:
- การตรวจเร็วเกินไปอาจไม่จำเป็น: ในผู้ชายที่อายุน้อยกว่า 55 ปี โอกาสที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมีน้อยมาก การตรวจคัดกรองในกลุ่มนี้อาจทำให้พบผลที่ผิดปกติที่ไม่ใช่มะเร็ง (false positive) ซึ่งนำไปสู่การตรวจเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็น และอาจทำให้เกิดความกังวลโดยใช่เหตุ
- การตรวจและรักษาอาจไม่เปลี่ยนแปลงชีวิต: ในผู้ชายที่อายุมากกว่า 69 ปี หรือมีโรคประจำตัวหลายอย่าง การตรวจคัดกรองและการรักษาอาจไม่ได้ช่วยยืดอายุขัย (life expectancy) แต่กลับอาจเพิ่มความกังวลและความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น
สิ่งที่อยากฝากไว้
การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคลที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาถึงข้อดีข้อเสีย และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น การตัดสินใจว่าจะตรวจหรือไม่ตรวจ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและความเข้าใจในความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้รับ
ถ้าคุณอยู่ในช่วงอายุ 55-69 ปี และมีความกังวลเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือมีอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ อย่าลังเลที่จะมาปรึกษาผมที่คลินิกปัสสาวะหมอศุภณัฐ ศรีราชา ชลบุรีนะครับ ผมพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยคุณตัดสินใจว่าจะตรวจคัดกรองหรือไม่ อย่างไร ให้เหมาะสมกับคุณที่สุดครับ ผมเข้าใจดีว่าเรื่องนี้อาจทำให้กังวลใจ แต่การมีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นแน่นอนครับ
